Argan oil VS Rosehip oil น้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ ดีจริงหรือ?

ถ้าให้นึกถึงน้ำมันบำรุงผิวยอดนิยมในช่วงนี้ ผมว่าคงหนีไม่พ้น "Rosehip oil และ Argan oil" ซึ่งเป็นน้ำมันที่คนเป็นสิวนิยมใช้มากที่สุดตัวหนึ่ง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าน้ำมัน 2 ตัวนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียตรงไหนบ้าง? วันนี้ Acnedefend มีข้อมูลของ Rosehip oil และ Argan oil มาฝาก ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลยครับ!!!
 
Skinplants Rosehip oil

 

สรรพคุณ Rosehip oil

  • ให้ความชุ่มชื้นผิว ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง แสบ แดง ผิวแตกลาย
  • ช่วยลดริ้วรอย รอยตีนแก ริ้วรอยแรกเริ่ม ป้องกันริ้วรอยก่อนวัย
  • ช่วยลดรอยแดง รอยดำจากสิว ช่วยบำรุงผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยลดรอยแผลเป็น ช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่มลง
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่โดนทำร้ายจากแสงแดด สารเคมี หรือมลภาวะให้แข็งแรงขึ้น

 

Argan oil น้ำมันบำรุงผิว

 

สรรพคุณ Argan oil

  • ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดปัญหาผิวแห้ง แสบ แดง
  • ช่วยลดการอักเสบบวมแดงของผิวหนัง
  • ช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำจากสิว บำรุงผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิว
  • ช่วยกระชับรูขุมขน
  • ช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้าให้สมดุลขึ้น
  • ช่วยให้เครื่องสำอางหรือแป้งติดทนนานขึ้น
  • ช่วยบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรงขึ้น
 

เปรียบเทียบน้ำมัน Rosehip oil vs Argan oil

 

เนื้อผลิตภัณฑ์ของ Rosehip oil และ Argan oil

 

เนื้อผลิตภัณฑ์

ทั้ง Rosehip oil และ Argan oil ต่างก็เป็นน้ำมันหรือออยล์ด้วยกันทั้งคู่ Rosehip oil มีสีออกเหลืองส้ม ในขณะที่ Argan oil เป็นน้ำมันเนื้อใสไม่มีสี
 

ความมัน

ถ้าพูดถึงเรื่องความมันผมว่ามันด้วยกันทั้งคู่ อย่างว่า..เป็นออยล์ก็ต้องมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าให้เทียบว่าตัวไหนมันมากกว่ากัน ผมว่าตัว Argan oil เนื้อจะมันและหนักผิวกว่าเล็กน้อยครับ 
 

กลิ่น

กลิ่นของ Rosehip oil และ Argan oil จะคล้ายกับเวลาเราดมกลิ่นน้ำมันพืช ตัว Argan oil กลิ่นใกล้เคียงน้ำมันพืชมาก แต่ตัว Rosehip oil กลิ่นจะแตกต่างออกไป มันมีกลิ่นหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวอยู่ ถามว่ากลิ่นของน้ำมันตัวไหนดีกว่ากัน ผมว่าตัว Rosehip oil ดีกว่า กลิ่นจะอ่อนกว่าไม่หืนเหมือนตัว Argan oil แต่ถ้าถามว่าชอบกลิ่นของออยล์ 2 ตัวนี้มั้ย ส่วนตัวไม่ชอบครับ ผมว่ากลิ่นมันไม่ค่อยดีสักเท่าไร
 
น้ำมันบำรุงผิวสำหรับคนเป็นสิว

 

ความรู้สึกหลังทา

บอกได้เลยว่ามันทั้งคู่ มันจนไม่รู้ว่าตัวไหนมันมากกว่ากัน เวลาทาหน้าจะทั้งมันทั้งเหนียว สำหรับคนผิวมันอย่างผมทาแล้วจะรู้สึกไม่สบายผิวสักเท่าไร ตอนทดลองทาได้แต่ตอนกลางคืนก่อนนอนเท่านั้น กลางวันนี่ไม่กล้าทา…รู้สึกว่ามันมันเกินไป
 
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น เรียบเนียน ลดรอยแดงรอยดำจากสิว ผมว่าทั้ง ของ Rosehip oil และ Argan oil ตอบโจทย์ทั้งคู่ เวลาเราทาทิ้งไว้แล้วเข้านอน พอตื่นนอนมาเข้าห้องน้ำล้างหน้าตอนที่สัมผัสผิวหน้ารู้สึกเลยว่า “ผิวมันนุ่มขึ้น เนียนขึ้นจริงๆ” ทาแป้งรู้สึกเลยว่าแป้งติทนนานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้รอยสิวจางไวขึ้นด้วยครับ
 

ใช้ Rosehip oil หรือ Argan oil ดี?

ผมว่าถ้าเราจะเลือกใช้น้ำมันทาผิวสักตัว เราควรเลือกจากคุณสมบัติหรือสรรพคุณของน้ำมันตัวนั้นว่าตรงกับปัญหาผิวของเราหรือเปล่า แต่ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ตัวไหนดี ผมขอแนะนำอย่างนี้ก็แล้วกันครับ
 
เลือกใช้ Rosehip oil

 

เลือกใช้ Rosehip oil 

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา รอยแดง รอยดำจากสิว คนที่มีปัญหาผิวแห้งจากสารเคมีหรือสเตียรอยด์ คนที่มีปัญหาสิวผดหรือผดผื่น
 
เลือกใช้ Argan oil

 

เลือกใช้ Argan oil

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสิวอักเสบ รอยแดง รอยดำ จุดด่างดำจากสิว ผิวแห้ง ลอก แสบแดง ผิวแพ้ครีมหรือสเตียรอยด์
 

น้ำมันกับคนเป็นสิว

 

น้ำมันกับคนเป็นสิว

ปกติคนคนเป็นสิวจะไม่เหมาะกับครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่เนื้อมันหรือหนัก เพราะอาจก่อให้เกิดการอุดตันอาจกระตุ้นการเกิดสิวได้ แต่ก็มีส่วนผสมบางตัวที่มีความมันแต่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันอยู่เหมือนกัน Rosehip oil และ Argan oil คือหนึ่งในนั้น
 
แต่ถ้าถามว่าคนเป็นสิวเหมาะกับการใช้น้ำมันบำรุงผิวหน้ามั้ย? ผมว่ามันอาจไม่เหมาะกับทุกคนนะ อย่างผมเองที่ลองใช้ Rosehip oil และ Argan oil  ก็เพราะต้องการนำมาเป็นข้อมูลในการเขียนบทความเท่านั้น แต่ถ้าให้ใช้จริงผมก็ไม่ใช้เพราะไม่ชอบความมันที่เกิดขึ้น คือเวลาหน้ามันเราจะรู้สึกไม่สบายผิว หน้ามันแล้วสิวขึ้นง่าย ผมจึงหลีกเลี่ยงไม่ใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์เนื้อมันๆ จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อเจลหรือเซรั่มเนื้อบางเบา เพราะรู้สึกว่ามันเหมาะกับผิวตัวเองมากกว่า
 
แต่สำหรับคนเป็นสิวบางคน Rosehip oil หรือ Argan oil อาจตอบโจทย์ปัญหาผิวทีเป็นอยู่ได้ โดยเฉพาะคนที่ผิวโดนทำร้ายจากปัจจัยภายนอก ทั้งสภาพอากาศ แสงแดด สารเคมี ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือสารอันตรายต่างๆ น้ำมัน 2 ตัวนี้ มีสรรพคุณช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นได้ อยู่ที่เราแล้วล่ะครับว่าจะใช้หรือไม่ใช้ดี คงต้องตัดสินใจกันเอาเองครับ

Defenza cream ครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย