ครีมแต้มสิว Smooth E หลอดขาว VS Smooth E หลอดขาว-เขียว ต่างกันอย่างไร? จำเป็นต้องใช้คู่กันหรือเปล่า?

 
หากพูดถึงแบรนด์ Smooth E ผลิตภัณฑ์ที่เรามักนึกถึงกันคงหนีไม่พ้นโฟมล้างหน้าและครีมแต้มสิว โดยเฉพาะอย่างหลังครีมหรือเจลแต้มสิว Smooth E เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนเป็นสิวแทบทุกคนต้องรู้จัก และเชื่อว่าหลายคนคงเคยใช้และตอนนี้หลายคนก็ยังคงใช้อยู่ ซึ่งช่วงหลัง Smooth E ออกเจลแต้มสิวมาอีกตัวที่มีซุปเปอร์สตาร์อย่าง ณเดช คูกิมิยะ เป็นพรีเซ็นเตอร์ เป็นเจลแต้มสิวที่เน้นใช้รักษาสิวไม่มีหัว มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "Smooth E Acne Hydro Gel Plus"
 
สิ่งที่ผมสงสัยและเชื่อว่าคนเป็นสิวหลายคนก็คงสงสัยและอยากรู้เหมือนกับผมคือ เจลแจ้มสิวตัวเก่า(ใช้กับสิวมีหัว)และเจลแต้มสิวตัวใหม่(ใช้กับสิวไม่มีหัว)ของ Smooth E เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? แล้วเราจำเป็นต้องใช้ตามที่เค้าบอกหรือเปล่า? วันนี้ Acnedefend มีคำตอบมาฝากครับ
 

Smooth E Acne Hydrogel VS Smooth E Acne Hydrogel Plus

 

ครีมแต้มสิว Smooth e acne hydro gel plus

 

ส่วนผสม

เรื่องที่อยากเขียนถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องส่วนผสมที่อยู่เจลแต้มสิว Smooth E ทั้ง 2 ตัว ก่อนอื่นผมขอเรียกชื่อย่อของเจลแต้มสิวทั้ง 2 ตัวแบบสั้นๆเพื่อให้การเขียนง่ายขึ้น ผู้อ่านก็จะได้ไม่งงหรือสับสน
 
  • Smooth E Acne Hydrogel 2% = Smooth E หลอดขาว
  • Smooth E Acne Hydrogel Plus 4% = Smooth E หลอดขาว-เขียว
 
ผมลองไล่ดูว่ามีส่วนผสมที่เหมือนหรือแตกต่างกันกี่ตัว ปรากฏว่ามีส่วนผสมที่เหมือนกันถึง 16 ตัว  โดย Smooth E หลอดขาวมีส่วนผสมที่แตกต่างจาก Smooth E หลอดขาว-เขียว 2 ตัว ในขณะที่  Smooth E หลอดขาว-เขียว มีส่วนผสมที่แตกต่างจาก  Smooth E หลอดขาวถึง 11 ตัวเลยทีเดียว
 
นั่นหมายความว่าส่วนผสมที่อยู่ใน Smooth E หลอดขาว จะอยู่ใน  Smooth E หลอดขาว-เขียว แทบทุกตัวนั่นเองครับ
 

ใน Smooth E หลอดขาว-เขียว มีส่วนผสมอะไรเพิ่มขึ้นมาก

ส่วนผสม 11 ตัวที่เพิ่มเข้ามาใน  Smooth E หลอดขาว-เขียว ประกอบไปด้วยสารให้ความชุ่มชื้น สารช่วยลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการคันและอาการแพ้ของผิว ให้สาร Salicylic acid เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 4% นอกนั้นจะเป็นสารจำพวกตัวทำละลายและสารกันเสียครับ
 
เนื้อครีม ครีมแต้มสิว Smooth e หลอดขาว

 

เนือครีม ครีมแต้มสิว Smooth e หลอดขาว-เขียว

 

เนื้อผลิตภัณฑ์

เนื้อผลิตภัณฑ์ของครีมแต้มสิว Smooth E ทั้ง 2 ตัวไม่แตกต่างกัน เป็นเนื้อเจลสีขาวขุ่น ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นส่วนผสมที่เป็นเม็ดสีขาวเล็กๆผสมอยู่ เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่มัน ไม่ทิ้งคราบขาว
 
ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารกันเสียอย่างพาราเบน
 

ความรู้สึกหลังใช้

มีความแตกต่างกันเล็กน้อย หลังทา  Smooth E หลอดขาว(ตัว 2%) จะรู้สึกแสบยิบๆที่ผิวแบบรู้สึกได้ เป็นความรู้สึกที่บางคนชอบเพราะให้ความรู้สึกว่าตัวยากำลังออกฤทธิ์ แต่บางคนไม่ชอบเพราะรู้สึกเหมือนว่าตัวครีมแรงเกินไป บางคนบอกทาครีมแต้มสิว Smooth E หลอดขาวแล้วผิวแห้งลอกก็มี ก็แล้วแต่คนครับ ส่วนผมใช้แล้วผิวไม่แห้งลอกอะไร แค่รู้สึกจี๊ดที่ผิวเล็กน้อยเท่านั้น
 
ส่วนตัว Smooth E หลอดขาว-เขียว(4%) ผมทาแล้วไม่แสบยิบๆเหมือนตัว 2% นะ ทั้งที่ความเป็นจริงตัว 4% น่าจะแรงกว่า ส่วนผสมก็เหมือนกันแทบทุกตัวแต่ตอนทากลับไม่รู้สึกอะไร แปลกดีเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้
 

การลดการเกิดสิว

ส่วนตัวผมชอบ  Smooth E หลอดขาว-เขียวมากกว่า ผมว่าทาแล้วช่วยให้สิวยุบไวกว่าหลอดขาวนะ ใช้ทาได้ทั้งสิวมีหัวและไม่มีหัว ส่วนผสมช่วยลดการเกิดสิวก็มีมากกว่า และแน่นอนราคาก็แพงกว่าด้วยครับ
 

ทาแล้วสิวยุบแต่เป็นไตไต

ผมอ่านเจอความคิดเห็นในเว็บไซต์ มีความคิดเห็นหนึ่งน่าสนใจ บอกว่าทาครีมแต้มสิว   Smooth E แล้วสิวยุบนะ แต่มันจะเป็นไตแข็งๆ ไม่ยอมหาย ซึ่งผมอยากบอกว่าจริงๆแล้วไม่ว่าเราทาครีมแต้มสิวตัวไหน ก็มีโอกาสเป็นสิวไตไตอย่างนี้ได้เหมือนกัน เพราะเวลาทาครีมแต้มสิวสิวจะยุบแต่ถ้าไม่เอาหัวสิวที่อุดตันออกวันดีคืนดีถูกกระตุ้น สิวก็อาจบวมแดงหรือเกิดการอักเสบขึ้นมาใหม่ บางคนสิวไม่ยอมยุบกลายเป็นไตแข็งๆเลยก็มี ซึ่งสิวลักษณะนี้อาจต้องใช้การฉีดสิวเข้าช่วย จะช่วยให้ไตแข็งๆที่เกิดขึ้นยุบลงได้ครับ
 
ครีมแต้มสิวใช้ดีสำหรับคนเป็นสิว

 

ใช้ตัวไหนดีกว่ากัน หรือว่าต้องใช้คู่กัน?

ถ้าดูโฆษณา ณเดชน์จะบอกเราว่า   Smooth E หลอดขาวใช้กับ "สิวมีหัว" Smooth E หลอดขาว-เขียว ใช้กับ "สิวไม่มีหัว" ซึ่งถ้าดูจากส่วนผสม OK ตัวหลอดขาว-เขียว หรือตัว 4% น่าจะช่วยลดการเกิดสิวได้ดีกว่า ช่วยให้สิวไม่มีหัวยุบเร็วขึ้น แต่พอนึกถึงส่วนผสมที่เหมือนกันแทบทุกตัวแล้ว ผมว่าใช้ตัวเดียวก็น่าจะครอบคลุมนะ ได้ทั้งสิวมีหัวและสิวไม่มีหัว ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันก็ได้มั้ง(คิดว่านะครับ)
 
Smooth E เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเป็นสิวที่ผมใช้ในช่วงแรกๆ โดยเฉพาะครีมแต้มสิวน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บ่อยที่สุดแล้ว ถือว่าเป็นครีมแต้มสิวที่ดีตัวหนึ่งครับ

Defenza cream ครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย