แก้ให้ถูกจุด!!! จัดการปัญหาสิวมีหัว และ สิวไม่มีหัวด้วยเจลแต้มสิว SMOOTH E

 
หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ SMOOTH E ต้องบอกว่าผมใช้มาหลายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสำหรับคนเป็นสิวส่วนใหญ่ไม่เคยพลาด เริ่มตั้งแต่สมูทอีโฟม, สมูทอีเจล, สมูท อี แอคเน่ เอ็กซ์ตร้า เซนซิทีฟ, ตัวคลีนซิ่ง และแน่นอนครับ เจลแต้มสิวของเค้าขาดไม่ได้ ใช้มาหลายหลอดแล้ว
 
วันนี้ผมจะมาเขียนถึงเจลแต้มสิวทั้ง 2 ตัวของ SMOOTH E คือ ตัว Smooth E Acne Hydrogel และ Smooth E Acne Hydrogel plus ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? คนเป็นสิวควรเลือกใช้ตัวไหนเพื่อให้เหมาะกับปัญหาสิวที่เป็นอยู่ ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลยครับ
 
เจลแต้มสิว Smooth e acne hydrogel plus

 

สารสำคัญ

สารออกฤทธิ์สำคัญที่ครีมแต้มสิวทั้ง 2 ตัวของสมูทอีมีเหมือนกัน คือ 
  1. Oligopeptide-10 เป็นสารช่วยลดการสะสมของเชื้อ P. Acnes ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว โดยสารตัวนี้จะไม่ทำให้เชื้อสิวดื้อยาเหมือนยารักษาสิวบางตัว
  2. Hydrogel polymer เป็นสารให้ความชุ่มชื้น ช่วยลดการระคายเคืองผิวได้ดี
 
ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน
 

สารที่แตกต่างกัน

  1. Salicylic acid เป็นสารช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันและการอักเสบของสิว โดยตัว Smooth E Acne Hydrogel ใส่สาร Salicylic acid มาให้ 2% ในขณะที่ Smooth E Acne Hydrogel plus(หลอดสีเขียว) ใส่สาร Salicylic acid มาให้ มากถึง 4% โดยทั้ง 2 ตัว มาในรูปแบบ  Polypore salicylic acid technology ซึ่งจะค่อยๆปล่อยสารลงสู่ผิวอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สารออกฤทธิ์ลดการอุดตันได้ยาวนานขึ้น
  2. Plant sterols เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยลดการบวมแดง ลดการอักเสบของสิว ซึ่งสารตัวนี้มีอยู่ใน  Smooth E Acne Hydrogel plus (หลอดสีเขียว) เท่านั้น 
 

เลือกใช้ให้ตรงจุด

 

ครีมแต้มสิวไม่มีหัว

 
ครีมแต้มสิวของ Smooth E 2 ตัวนี้มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน Smooth E Acne Hydrogel ใช้กับคนที่มีปัญหาสิวอุดตันหรือสิวมีหัวเป็นหลัก สิวหัวดำ สิวเสี้ยนใช้ได้ เหมาะกับสิวที่ไม่อักเสบบวมแดง
 
ครีมแต้มสิวไม่มีหัว Smooth e acne hydrogel plus
 
ส่วน Smooth E Acne Hydrogel plus เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบบวมแดง หรือสิวไม่มีหัว ใส่สาร Salicylic acid มาให้เยอะกว่า ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังใส่สารช่วยลดการอักเสบ ลดการบวมแดงของสิวมาให้เพิ่มเติมด้วย ทำให้ช่วยลดสาเหตุการเกิดสิวอักเสบได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
 

ความรู้สึกจากการใช้จริง

หลังจากได้ลองใช้เจลแต้มสิวของ Smooth E ทั้ง 2 ตัว ส่วนตัวผมชอบตัว  Smooth E Acne Hydrogel plus มากกว่า เพราะเป็นคนผิวมันเป็นสิวง่าย ต้องการผลิตภัณฑ์หรือยารักษาสิวที่ช่วยลดการอุดตันได้ดี ในขณะที่ต้องมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการบวมแดงของสิวได้ดีด้วย จากที่ลองใช้มาผมว่าตัว Smooth E Acne Hydrogel plus ตอบโจทย์ผิวของผมมากกว่า
 
ส่วน  Smooth E Acne Hydrogel มีจุดเด่นในเรื่องความระคายเคือง จะน้อยกว่าตัว plus เพราะใส่สาร Salicylic acid มาให้ 2% และมีราคาถูกกว่า หลอดละ 245 บาท ในขณะที่ตัว plus ราคาจะอยู่ที่ 255 บาทครับ
 
หาซื้อได้ที่ร้าน Watson, Boots และร้านขายยาทั่วไป
 
ไม่ว่าจะเป็น "สิวมีหัว" หรือ "สิวไม่มีหัว" ก็คงไม่มีใครอยากเป็น หายวันนี้พรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี แต่ในความเป็นจริงการรักษาสิวต้องใช้เวลาและความอดทน ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้สิวลุกลามบานปลาย ถ้ารู้สึกคันบริเวณผิวหน้า จับดูแล้วรู้สึกเจ็บ ให้รีบหาเจลแต้มสิวมาทา สิวจะได้ไม่เกิดการอักเสบหรือเป็นหนอง จัดเป็นไอเทมที่คนเป็นสิวขาดไม่ได้เลยครับ

Defenza cream ครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย