แชร์ประสบการณ์ หมอรักษาสิว VS รักษาสิวด้วยตัวเอง แบบไหนดี แบบไหนโดนว่ากันไป

       เขียนบทความเรื่องการรักษาสิวมาก็หลายบทความ วันนี้กำลังเขียนบทความอยู่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์การรักษาสิวของตัวเองแบบจริงจังไว้เลย มีแต่เขียนแบบเป็นช่วงเป็นตอนไปซะมาก นึกขึ้นได้ก็จัดเลยแล้วกัน แต่จะให้เขียนถึงชีวิตทั้งหมดก็คงจะยาวเกินไป เดี๋ยวคนอ่านจะขี้เกียจอ่านได้ ก็เลยขอคัดเลือกตอนที่คิดว่าสำคัญที่สุดในการรักษาสิวของผมมาแชร์ให้กับเพื่อนได้ลองอ่านดู เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆได้บ้าง ก็ตามชื่อบทความข้างบนเลยครับ
 

แชร์ประสบการณ์ หมอรักษาสิว VS รักษาสิวด้วยตัวเอง

 
       ขอพูดถึงเรื่องการรักษาสิวในช่วงที่เคยหาหมอรักษาสิว กับช่วงที่ทำการรักษาสิวด้วยตัวเอง (หลักสูตรลองผิดลองถูกแห่งชาติ) ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นช่วงการรักษาที่สำคัญในชีวิตมากๆ ลองอ่านกันดูครับ
 

เกริ่นด้วยเรื่องสภาพหน้า ณ ตอนนั้น

       ช่วงที่จะพูดถึงต่อไปนี้ต้องย้อนกลับไปสมัยที่อยู่ ม.ต้น ช่วงนั้นเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ยอดสิวบนหน้า Peak สุด ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เอามันมันทุกชนิด ทั้งสิวอักเสบ สิวหนอง สิวหัวช้าง สิวผด มาอย่างครบครัน แล้วพอเป็นสิวแล้วยังไงต่อ ก็บีบครับ บีบสิวด้วยความมันส์สะใจ เรียกได้ว่าหน้ากระจกนี้มีแต่ร่องรอยอารยะธรรมของหัวสิวและหนองติดไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษากันเลยทีเดียว แล้วผลที่ตามมาก็หนีไม่พ้นเรื่อง "หลุมสิว" บีบสิวจนหน้าช้ำ หน้าดำไปทั้งหน้า ช่วงนั้นอายเพื่อนมากๆ ไม่อยากจะมองกระจกเลย เพราะมันน่าเกลียดเกินจะรับได้ ทั้งสิวทั้งหลุมมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน เรียกได้ว่าเป็นปมด้อยของชีวิตในช่วงนั้นเลยก็ว่าได้ จนอาผมทนไม่ได้ก็เลยพาไปหาหมอรักษาสิว ตอนนั้นเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ ก็ไปหาหมออยู่ที่เซ็นทรัลกาดสวนแก้ว แล้ววงจรชีวิตการรักษาหมอสิวของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนั้น
 

ประสบการณ์ตอนรักษาสิวกับหมอสิว

       ช่วงที่รักษาสิวกับหมอสิวที่เชียงใหม่นั้น ผมจะต้องไปหาหมอทุกอาทิตย์เพื่อตรวจสภาพหน้า และหมอก็จะจ่ายยารักษาสิวมาให้หลายตัว ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นยาอะไรบ้าง ใช้เพื่ออะไรบ้าง หมอบอกให้ทาตอนไหนก็ทำตามแค่นั้น แต่กิจกรรมที่เวลาไปตรวจแล้วต้องเจอประจำก็คือ "การกดสิว" โดยหมอจะทำการใช้ที่กดสิวกดพวกสิวอุดตันออกให้ ส่วนยาที่หมอให้มาก็จะมียาทาก่อนล้างหน้าทาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก โดยใช้สบู่เหลวล้างหน้าจากหมอด้วย แล้วก็จะมียาทาหลังล้างหน้าอีกตัวหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าทาเพื่ออะไร ผลหลังจากที่รักษาอยู่พักหนึ่งก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร อาก็เลยพาไปหาหมอที่กรุงเทพเลย จำไม่ได้ว่าแถวไหนเพราะตอนนั้นเพิ่งเคยเข้ากรุงเทพเป็นครั้งแรกเลย พอไปหาจำได้ว่าไปหาไม่กี่ครั้ง ก็ได้พวกยาทามาคล้ายๆกัน ก็มีทาก่อนล้างหน้า สบู่ล้างหน้า และยาทาหลังล้างหน้า แต่คราวนี้พิเศษหน่อย หมอแถมยาแก้อักเสบมาให้ด้วย เป็นกระปุกเลย รู้สึกว่าหมอจะให้กินทุกวันวันละ 1 เม็ด รู้สึกว่าช่วงนั้นจะเป็นสิวอักเสบหนักมาก สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ๆขึ้นเยอะเลย
 
        ผลการรักษาสิวด้วยหมอสิวของผมนั้นก็ถือว่าได้ผลอยู่บ้าง คือช่วยให้สิวที่เป็นอย่างหนักหน่วงลดลงไปบ้าง สิวขึ้นน้อยลงโดยเฉพาะกับสิวเม็ดใหญ่ๆลดลงไปมาก แต่ที่ไม่หายก็คือหลุมสิวนี่แหละ ก็เป็นผลกรรมจากการบีบสิวนั่นเอง กรรมใดใครก่อคนนั้นก็รับไป ก็เลยรับมาแบบเต็มๆหน้าเลย หมดหล่อไปเลยทีเดียว หลังจากสิวเริ่มลดลงก็เลิกหาหมอไป ซึ่งสิวก็ไม่ได้หายขาด ก็ยังคงเป็นอยู่เรื่อยๆ
 

ประสบการณ์รักษาสิวด้วยตัวเอง

       หลังจากที่เลิกรักษาสิวกับหมอสิว ผมก็ยังคงเป็นสิวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้เป็นหนักอะไรมากมาย ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงหาวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองอยู่เสมอ ก็ใครล่ะไม่อยากหน้าใส ยิ่งช่วงนั้นจีบสาวอยู่ด้วยก็อยากหล่อไปจีบเค้า แต่หน้ามันไม่อำนวยนี่มันน่ากลุ้มใจจริงๆ ช่วงนั้นจำได้ว่าเคยใช้ ผงพิเศษอยู่ช่วงหนึ่ง ใช้ทาก่อนเข้านอน แล้วก็ทาตอนเช้าแทนการทาแป้งก่อนไปโรงเรียน ก็ดีในระดับหนึ่ง แต่สิวมันก็ไม่หายนะ แล้วมีช่วงหนึ่งญาติผมแนะนำให้ใช้ครีมตัวหนึ่ง บอกใช้ทาก่อนนอนจะช่วยให้สิวหายได้ ผมก็ลองเอามาทาดูกลิ่นมันเหม็นมากๆ ทาไปก็เหมือนจะทำให้หน้าขาวขึ้น แต่สิวมันก็ไม่หายนะ ตอนหลังก็เลยเลิกใช้ไป เพราะเนื้อครีมมันหนักๆ รู้สึกว่าทาแล้วมันไม่สบายผิว และที่สำคัญมันเหม็นโครตๆสุดจะทน ตอนหลังมารู้ว่ามันเป็นสเตียรอยด์ รู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมาทีเดียว (ไม่รู้ว่าหน้าติดสเตียรอยด์ ไปหรือยัง)
 
       ตอนหลังก็รักษาสิวไปตามสภาพก็ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ มีตอนช่วงทำงานใหม่ๆหัวหน้าผมเค้าก็เป็นสิวเหมือนกัน เค้าก็แนะนำให้ผมใช้ ครีมแต้มสิวคลินดาลินเจล ผมก็ใช้อยู่ช่วงหนึ่งก็รู้สึกว่าช่วยให้สิวยุบลงได้ดี ก็เลยใช้อยู่นาน จนมีวันหนึ่งมันหมดแล้วไปหาซื้อคลินดาลินเจลแล้วมันไม่มีขาย แล้วคนขายก็เลยแนะนำ ครีมแต้มสิว Cybele akneles เค้าบอกว่ามันผลิตมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ เป็นเปลือกมังคุดซึ่งช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี และไม่ทำให้สิวมันดื้อยา ฟังแล้วก็ดูดีบวกกับไม่มีทางแล้วก็เลยซื้อมาลองใช้ดู ใช้ไปใช้มาติดใจซะงั้น รู้สึกว่าเป็นครีมแต้มสิวตัวที่ชอบมากที่สุด ใช้แล้วรู้สึกว่าสิวมันยุบดีนะ แต่ตอนหลังรู้สึกว่ามันหาซื้อยาก ก็เลยกลับไปใช้คลินดาลินเจลเหมือนเดิม
 
       มีอยู่ช่วงหนึ่งอยากรักษาหลุมสิวบนหน้าอย่างแรง แล้วก็มีโอกาสได้ไปรักษาหลุมสิวด้วย "เดอร์มาโรลเลอร์มา" 1 คอร์ส หากใครสนใจประสบการณ์เดอร์มาโรลเลอร์ของผมอ่านได้ที่บทความนี้ครับ รักษาหลุมสิวด้วยเข็มทะลวงหน้า (Dermaroller) จากประสบการณ์จริง 100%  ก็รู้สึกว่าหลุมสิวตื้นลงบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นหลุมสิวออยู่เหมือนเดิม อย่างว่าครับมันรักษายากจริงๆ คือมันไม่มียา ครีม หรือเทคโนโลยีอะไรที่จะช่วยให้หลุมสิวหายได้ในเวลาอันรวดเร็ว และถาวรครับ ก็ต้องทำใจยอมรับ ตอนหลังก็เลยหาครีมที่ช่วยลบรอยแผลเป็นสิว จุดด่างดำมาใช้ ก็มี Hiruscar กับ Scajel ใช้แล้วก็รู้สึกว่าหน้าดีขึ้นครับซึ่งผมก็ได้เขียนไว้แล้วที่บทความนี้ ลบรอยแดง จุดด่างดำจากสิวด้วย Hiruscar และ Scagel ช่วยได้เยอะเลย แต่สิวของผมก็ไม่ได้หายขาด สิวอักเสบก็ยังขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงจะไม่ค่อยเยอะก็ตามแต่ผมก็ยังไม่พอใจเท่าไร จนผมมาเจอที่สุดของวิธีการรักษาสิวนั่นก็คือ "การรักษาสิวจากภายใน" ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาสิวที่ดีที่สุดของผม และเป็นแนวทางการรักษาสิวที่ผมใช้มาจนถึงทุกวันนี้
 

สูตรการรักษาสิวจากภายในสู่ภายนอก

 
       เป็นสูตรรักษาสิวที่ผมได้ศึกษามาจากการอ่านหนังสือ และจากการค้นหาข้อมูลจากใน Internet เอามาทดลองทำดูในแต่ละสูตร ก็มีทั้งดีได้ผลและไม่ได้ผลปนๆกันไป ซึ่งวิธีที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นวิธีที่ผมใช้แล้วช่วยให้สิวของผมหายได้ โดยเน้นการรักษาจากภายในร่างกาย โดยมีแนวความคิดว่า "เมื่อข้างในเราดี ข้างนอกเราก็จะดีไปด้วย" ผมขอสรุปเป็นข้อๆก็แล้วกันนะครับ
 

เรื่องกินสำคัญที่สุด

       การรักษาสิวจากภายในที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดก็คือการกินอาหาร เราควรเลือกอาหารที่เราจะกินเข้าไปในแต่ละมื้อ ว่าเราควรกินอะไร? หรือไม่ควรกินอะไรเข้าไปเพื่อไม่ให้มันเข้าไปกระตุ้นการเกิดสิวของเรา และกินอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าไปเพื่อให้มันเข้าไปช่วยไม่ให้ร่างกายเรา หน้าของเราผลิตสิวขึ้นมา
 
       ขอเริ่มจากอาหารที่ควรงดก่อน คือผมจะงดกินพวกขนมปังเบเกอรี่ ขนมหวาน ช็อคโกแลต มันฝรั่งทอดกรอบ น้ำอัดลม ของมัน ของทอดทุกชนิด เหล้า เบียร์ (ของชอบทั้งนั้น) ตัดใจไม่กินเลยครับ แต่ก็มีบ้างเป็นครั้งคราวนะครับ เพราะบางครั้งก็ต้องเข้าสังคมบ้าง นานๆทีแต่ส่วนใหญ่เวลาปกตินั้นจะงดครับ ที่งดอาหารพวกนี้ก็มาจากแนวความคิดที่ว่า อาหารพวกนี้เป็นของร้อน การเป็นสิวก็เกิดจากการที่ร่างกายของเราร้อนมากๆ เอาของร้อนไปใส่ในที่ร้อน มันก็ร้อนไปกันใหญ่แล้วอย่างนี้สิวมันจะหายได้ยังไง?
 
       ส่วนอาหารที่กินนั้นจะเน้นไปที่อาหารสุขภาพเป็นหลัก ข้าวก็เป็นข้าวกล้อง กับข้าวก็เน้นกินผักมากๆ เนื้อน้อยๆ เน้นเนื้อปลาเป็นหลัก แล้วอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นการต้มและนึ่งเป็นส่วนใหญ่ เป็นการลดความมันจากการทำอาหารจากการทอด ย่าง หรือผัด ซึ่งต้องใช้น้ำมันมาก และที่กินเพิ่มเติมในทุกๆวันก็คือน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ซึ่งผมชอบดื่มน้ำเก๊กฮวยอยู่แล้วก็เลยเลือกเก๊กฮวยมาเป็นตัวช่วย โดยต้มกินเองเลยครับ ใส่น้ำตาลลงไปให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางครั้งก็ไม่ใส่เลย ผมจะกินเป็นประจำทุกวันวันละประมาณ 3-4 แก้ว เพื่อช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย
 

ขับถ่ายเป็นเวลา

       การขับถ่ายก็สำคัญเช่นกัน สังเกตได้ว่าคนที่ท้องผูกนั้นจะเป็นสิวได้ง่าย โดยเฉพาะสิวที่คางส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ระบบการขับถ่ายของเราไม่เป็นปกติ ซึ่งการจะขับถ่ายดีหรือไม่ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับการกินของเราอยู่แล้ว ถ้ากินอาหารที่มีกากอาหารเยอะๆ กินเนื้อน้อยๆ ก็จะทำให้เราขับถ่ายสะดวก และที่สำคัญเราควรขับถ่ายเป็นเวลา และเวลาที่ดีที่สุดในการขับถ่ายก็คือช่วง ตี 5 - 7 โมงเช้า จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเรามีพลังในการขับถ่ายสูงสุด ผมก็จะตื่นนอนประมาณ 6-7 โมงมาถ่ายทุกวัน ซึ่งการถ่ายของผมจะราบรื่นดีเพราะผมกินอาหารมาดีนั่นเอง
 

Detox ขับของเสียออกบ้างเป็นครั้งคราว

       ร่างกายของเรามักจะมีของเสียสะสมอยู่ ซึ่งมันจะมีผลทำให้เราเป็นสิวได้ง่าย วิธีที่ช่วยขับสารพิษออกไปได้ดีก็คือการ Detox เอาของเสียที่สะสมอยู่ออกมาบ้าง โดยวิธีที่ผมใช้คือการ Detox ด้วยผลไม้ โดยวิธีทำก็คือวันนั้นทั้งวันผมจะไม่กินอะไรนอกจากผลไม้ที่ผมเลือกมา ส่วนใหญ่ผมจะเลือกกินแตงโม เพราะหนึ่งคือมันเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น สองคือมันมีน้ำเยอะกินแล้วรู้สึกอิ่มดี สามคือมันมีกากอาหารเยอะกินแล้วขับถ่ายดี กินแต่แตงโมทั้งวันเลย นับไปเลยครบ 24 ชั่วโมงเมื่อไรผมถึงจะกินข้าวตามปกติ ผมจะทำแบบนี้ 3 สัปดาห์ / 1 ครั้ง ผมว่ามันช่วยให้ร่างกายรู้สึกสะอาด เบาสบายดี
 

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

       การออกกำลังกายช่วยให้สิวลดลงได้จริงๆ มันช่วยให้เลือดลมเราหมุนเวียนดีขึ้น ช่วยให้ระบบการทำงานภายในร่างกายทำงานสัมพันธ์กันดีมากขึ้น ช่วยลดการเกิดสิวชั้นยอดเลยล่ะ โดยผมจะไปตีแบดกับเพื่อนๆสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง และวันที่เหลือผมจะวิดพื้น ,  Sit up หรือกายบริหารอยู่ที่บ้าน เพื่อให้ได้ออกกำลังแบบเบาๆ และจะพักผ่อนอยู่ 2 วัน เพราะฉะนั้นผมจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 วัน โดยมีวันหยุดไปคั่นเป็นช่วงๆไป
 

ลดเครียดลดสิวนะครับ

       ผมจะไม่ทำให้ตัวเองเครียด ทั้งจากเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว จะพยายาม Relax ตัวเองตลอดเวลา เวลาทำอะไรอยู่ถ้าเครียดมากๆก็จะคอยเตือนตัวเองว่าอย่าไปคิดอะไรมาก เราทำดีที่สุดแล้ว หรือไม่ก็หากิจกรรมที่เราชอบทำ เช่น เล่น winning กับเพื่อน เล่นกีฬา อ่านหนังสือการ์ตูน เดินเที่ยวกับแฟน กินข้าวนอกบ้านกับครอบครัว ทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสนุก ความเครียดนั้นเราสามารถควบคุมมันได้นะครับ จะเครียดหรือไม่เครียดมันอยู่ที่เรา คนอื่นไม่สามารถมาสั่งให้เราเครียดได้ เวลาที่เราเครียดนั้นเพราะเราคิดไปเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นบางเรื่องปล่อยวางบ้างก็ดีครับ ใช้ชีวิตให้สนุกครับ ให้คุ้มค่ากับที่ได้เกิดมา
 

นอนให้เพียงพออย่าฝันมากเดี๋ยวเหนื่อย

       การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จัดเป็นยารักษาสิวชั้นยอดที่ช่วยจัดการสิวได้ดีและประหยัดที่สุด วิธีทำก็ง่ายสุดๆ แค่นอนแต่หัวค่ำ และตื่นให้เช้า แค่นั้นจริงๆ ซึ่งผมจะนอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง และจะตื่นนอนประมาณ 7 โมง ถึง 7 โมงครึ่ง ซึ่งมันจะทำให้เราหลับได้เต็มอิ่ม และตื่นมาแบบสดชื่นพร้อมทำกิจกรรมในเช้าวันใหม่อย่างเต็มกำลัง และที่สำคัญมันช่วยให้สิวไม่ขึ้นที่หน้าของเราจริงๆอันนี้ยืนยันนั่งยันเลยครับ
 
       เขียนมาก็เยอะแล้วครับต้องจบแล้วล่ะ ขอสรุปเรื่องทั้งหมดว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน สำหรับการหาหมอรักษาสิวตามความคิดของผมนั้น ก็มีความจำเป็นในกรณีที่เป็นสิวหนักมากๆ เพราะเราจำเป็นต้องใช้ยาหรือการรักษาทางเคมีเข้าช่วย เพื่อแก้ปัญหาสิวอย่างเร่งด่วนก่อน เพราะยาพวกนี้จะช่วยให้สิวของเราหายได้รวดเร็ว แต่มันไม่ยั่งยืนครับ เมื่อหน้าเราดีขึ้นเราควรจะหาแนวทางรักษาสิวด้วยตัวของเราเอง ซึ่งการรักษาสิวของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไปตามสภาพผิวและร่างกายของแต่ละคน แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ "การบำบัดรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ" นั้นสามารถช่วยรักษาสิวให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน และเป็นการรักษาที่ประหยัดและยั่งยืนที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าเป็นจะเป็นการรักษาแบบไหนก็เท่านั้น ผมหวังว่าประสบการณ์การรักษาสิวของผมจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้างนะครับ เขียนมายาวแล้วสมควรจบสักที สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการรักษาสิวนะครับ Acnedefend ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรง ^^

Defenza cream ครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย